ทำอย่างไรถึงจะให้กระเป๋าหนังที่ใช้ มีอายุการใช้งานที่นานขึ้น

ใครบ้างที่ไม่อยากได้กระเป๋าแบรนด์เนมแพงๆ ก็อยากได้กันทั้งนั้นแหล่ะค่ะ แต่ถ้าเกิดว่าคุณได้มาอยู่ในมือแล้ว คุณอยากจะใช้กระเป๋าใบนี้เป็นกระเป๋าคู่ใจของคุณ อยู่กับคุณไปนานๆ แล้วละก็ บางคนก็เลือกที่จะใช้อย่างทะนุถนอม แต่จะมีประโยชน์อะไรหากไม่รู้วิธีการดูแลรักษาที่ถูกต้อง วันนี้เราจะมาดูวิธีดูแลกระเป๋ากัน โดยเฉพาะกับ กระเป๋าหนัง ที่ต้องดูแลรักษาอย่างดีเพื่อให้กระเป๋าใบสวยนี้สามารถอยู่กับเราไปได้นานๆ

ต้องทำความเข้าใจกันก่อนค่ะ กระเป๋าหนังนั้นมีหลากหลายประเภท โดยแต่ละแบบก็มีวิธีการดูแลที่แตกต่างกันออกไป อาทิ หนังแท้ หนังกลับ หนังแก้ว นี่ยังไม่รวมถึงชนิดของหนังว่าเป็นหนังวัว หนังแกะ หรือหนังอื่นๆ หากดูแลผิดวิธีก็อาจทำให้กระเป๋าหนังราคาแพงนั้นเสื่อมสภาพไว แทนที่จะใช้งานได้นานๆ กับอายุการใช้งานสั้นลงอีก

วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีดูและรักษา “กระเป๋าหนัง” อย่างถูกวิธี ให้เหมาะสมกับหนังแต่ละประเภทจะง่ายหรือยากแค่ไหน ไปกันเลยค่ะ

กระเป๋าหนังวัว

เป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมในการนำมาผลิตกระเป๋ามากที่สุด เพราะมีความคงทน ดูแลรักษาง่ายกว่าหนังชนิดอื่นๆ โดยปกติแล้วคุณจะต้องดูแลให้ความชุ่มชื่นกับตัวหนัง อาจจะใช้เป็นครีมสำหรับดูแลกระเป๋าหนังโดยเฉพาะ ถ้าเกิดว่าหนังขาดความชุ่มชื้นไปบ้างแล้วละก็ ก็อาจจะเกิดการแห้งและแตกได้ค่ะ

กระเป๋าหนังกลับ

เป็นชนิดหนังที่กลับด้านในออกมาอยู่ด้านนอก อาจจะเรียกได้ว่าเป็นชนิดของหนังที่ดูแลได้ยากชนิดหนึ่งเลยก็ว่าได้ เนื่องจากหนังกลับไม่ควรโดนน้ำเลย เพราะจะทำให้เกิดรอยได้ง่าย ดังนั้นวิธีดูแลรักษาที่ง่ายที่สุดคือการใช้สเปรย์พ่นเพื่อเคลือบกระเป๋าเพื่อป้องกันรอยด่างจากน้ำและสิ่งสกปรกอื่นๆ อีกทั้งหูกระเป๋าที่สามารถเป็นรอยได้ง่ายเรามักจะเห็นหลายคนใช้ผ้าพันหูกระเป๋าเอาไว้ เพื่อป้องกันเหตุดังกล่าว และช่วยไม้ให้เกิดรอยคราบขี้ไคลด้วย จนกลายมาเป็นแฟชั่นผ้าพันหูกระเป๋า สวยไปอีกแบบค่ะ

กระเป๋าหนังจระเข้

ถึงแม้ว่าจระเข้จะเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ การให้กระเป๋าหนังชนิดนี้โดนน้ำ ก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก เพราะอาจทำให้กระเป๋าเกิดอาการนังบวมได้ แต่จริงๆ แล้ว หนังชนิดนี้ก็ดูแลรักษาไม่ยาก เพียงใช้ผ้านุ่มๆ เช็ดอย่างเบามือควบคู่กับผลิตภัณฑ์ดูแลหนังจระเข้ค่ะ และเหล่าคนที่ชื่นชอบกระเป๋าหนังประเภทนี้ก็เพราะมีผิวมันวาวกว่าหนังประเภทอื่นๆ นั่นเองค่ะ

กระเป๋าหนังงู

เนื่องจากหนังงูเป็นหนังที่บอบบางมาก โดนความชื้นก็ไม่ได้ ทาครีมอะไรก็ไม่ได้ กระเป๋าหนังชนิดนี้จึงถือว่าเป็นชนิดที่ดูแลได้ยากกว่าชนิดอื่นๆ เลยค่ะ แถมยังมีอายุการใช้งาน เพราะเมื่อใช้ไปนานๆ อาจเกิดเกล็ดหลุดหรือแห้งจนเปิดออกมา โดยปกติแล้ววิธีการดูแลที่นิยมก็คือนำไปเคลือบแลกเกอร์ เพื่อคงความแข็งแรงและดูใหม่ค่ะ

กระเป๋าหนังแก้ว

หลายคนชอบกระเป๋าชนิดนี้เพราะความเงางาม สวยโดดเด่น และมีวิธีดูแลไม่ยุ่งยากเพียงแค่ใช้ผ้าฝ้ายดีๆ ชุบน้ำที่ผสมน้ำส้มสายชู (อัตราส่วนน้ำ 1 แก้ว : น้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะ) เช็ดอย่างเบามือเพื่อเอาคราบสกปรกออก แต่สิ่งหนึ่งที่ควรระวังสำหรับหนังแก้วคือมันจะสามารถดูดสีจากเสื้อผ้าของเราได้ง่าย ดังนั้นวันไหนถ้าคุณใส่กางเกงยีนส์ หรือผ้าย้อมสี อาจต้องหลีกเลี่ยงการสะพายหนังประเภทนี้นะคะ

กระเป๋าหนังเทียม

สิ่งแรกที่ทำให้หนังชนิดนี้ได้รับความนิยมมากนั่นก็คือมีราคาถูก ดูแลง่ายกว่ากระเป๋าหนังแท้ สามารถจัดการเมื่อเจอกับคราบสกปรกได้ง่าย เพียงแค่ใช้ผ้าชุบน้ำหรือสเตคลีนเช็ดทำความสะอาดก็เรียบร้อบ แต่ไม่ควรซักด้วยการแช่น้ำหรือนำไปตากแดดแรงๆ เพราะหนังอาจแตกได้ อีกอย่างคือไม่ควรเคลือบด้วยสเปร์ยกันน้ำหรือใช้น้ำยาเคลือบหนังแท้เพราะอาจกัดหนังเทียมจนด่างได้ อย่างไรก็ตามไม่ว่าเราจะดูแลดีขนาดไหนอายุการใช้งานของหนังประเภทนี้จะสั้นกว่าหนังแท้อยู่แล้วค่ะ

เห็นไหมคะว่า การดูแลกระเป๋าหนังนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลย เพียงแต่ว่าเราควรจะเข้าใจซะก่อนว่า กระเป๋าหนังแต่ละแบบนั้นต้องดูแลอย่างไรถึงจะถูกวิธี ซึ่งนั่นก็จะช่วยให้กระเป๋าสุดโปรดของคุณอยู่กับคุณได้นานขึ้นค่ะ